ขอให้โลกสงบสุข
  • Nick Name : SagaAngel
  • อายุ : 25
  • สถานะ : โสด
  • วันเกิด : 20/07/1985
  • ที่อยู่ : กรุงเทพมหานคร
    • เพิ่มเป็นเพื่อน
    • ส่งข้อความ
    • ไปหน้า HitsIdol
    My Story
    วิถีเเห่งโนบิตะ ขัยชนะของคนไม่เอาถ่าน
    posted on 6/16/2007 5:19:17 AM by SagaAngel

     

     

    กรุณากดที่ชื่อหัวข้อให้อีกครั้งจากMyBlogทางด้านซ้ายมือเพื่อเนื้อหาที่ครบถ้วน

    สวสัดีครับเพื่อนๆวันนี้จิ๊งเอาหนังสือที่ได้อ่านไปเเล้วมีรีวิวให้ดูครับคิดว่าเพื่อนๆหลายคนน่าจะเคยเห็นมากันบ้างเเล้วนะครับนั้นก็คือ "วิถีเเห่งโนบิตะ ขัยชนะของคนไม่เอาถ่าน"

    ถ้าเอ่ยชื่อว่า "โดราเอม่อน" คงไม่มีใครในโลกนี้ไม่รู้จักชื่อเเล้วล่ะมั้ง โดราเอม่อน เป็นการ์ตูนที่เข้ามาบุกตลาดบ้านเราเมื่อ ประมาณ 30 ปีก่อน (เกิดไม่ทันวุ้ย) มีทั้งพิมออกมาเป็นหนังสือเเละฉายทางโทรทัศน์ จากวันนั้นถึงวันนี้ โดราม่อนยังคงเป็นที่รู้จักมากขึ้นๆๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยเนื้อเรีองที่เรียบง่าย ไม่มีพิษมีภัย อีกทั้งยังให้สาระดีๆ แนวคิดดีๆมากมายที่เเผงมากับการ์ตูนเรื่องนี้

     

    ทราบหรือไม่ว่าทุกวันนี้ ญี่ปุ่นได้ยกระดับ "โดราเอม่อน"  ขึ้นเป็นวรรณกรรมการ์ตูน ไปเรียบร้อยเเล้วเย้ๆๆ อีกทั้งยังมีการเรียนการสอนในวิชาที่ชื่อว่า "โดราเอม่อนศึกษา" ในระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยฟุคุยาม่า จนในที่สุดได้ต่อยอดออกมาเป็น หนังสือ "วิถีเเห่งโนบิตะ" นั้นเอง

    อ. โยโกยาม่า ยาสุยุกิ ทำวิจัยเรื่อง "โดเรมอนศึกษา" เป็นเวลาถึง 6 ปีท่านได้อ่านผลงานเรื่องโดราเอม่อนไม่ต้ำกว่า 50 รอบ ได้จัดทำฐานข้อมูล ต่างๆอย่างละเอียด ทั้ง บทพูด ของวิเศษ ตัวละคร ต่างๆ ดัชนีเนื้อหา เเละอีกมากมาย เพื่อใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของโนบิตะ นั้นคือสิ่งที่คุณจะได้รับจากหนังสือเล่นนี้นั้นเอง

    โดราเอม่อนมายังโลกปัจจุบันทำไม?

    โดราเอม่อนกำเนิดปี 2112 เดือน9 วันที่3 ณ โรงงานหุ่นยนต์มัชชิบะ กรุงโตเกียว โดยเป็นหุ่นยนต์เเมวที่ใช้ดูเเลเด็กๆ ส่วนเด็กที่โดราเอม่อนดูเเลอยู่นั่นคือ เซวาชิคุง หลานของหลานของ โนบิ โนบิตะ อีกทีนั้นเอง โดราเอม่อนนั่งไทม์แมชชีนออกเดินทางมายังโลกด้วยความคิดที่ว่า จะมาเปลี่ยนแปลงอดีตของบรรพบุรุษซึ่งโหลยโท่ยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติ.....

     

    ชีวิตของโนบิตะยามขาดโดราเอม่อน?

    โนบิ โนบิตะลูกชายคนเดียวในตระกูลโนบิ หากไม่ได้พบโดราเอม่อนเเล้วชีวิตของโนบิตะจะเกิด โศกนาฎกรรมขึ้นชิ้นนึง ................

    "เรียนไม่เก่ง กีฬาไม่ได้เรื่อง เป่ายิ้งฉุบไม่เคยชนะ พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังไม่ได้เรื่อง " ในอัลบั้มรูปถ่ายในอนาคตที่โดราเอม่อนนำมาเเสดงให้ดูเป็นรูปถ่ายในโอกาศต่างๆ

    1979 ปาร์ตี้ปลอบใจสอบเอ็นทรานซ์ไม่ติด

    1988 เปิดบริษัทของตัวเองหลังจากหางานทำไม่ได้

    1993 บริษัทล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า

    1995 บริษัทล้มละลายเจ้าหนี้ไล่ตามหัวปักหัวปำ

    และยังมีรูปถ่าย โนบิตะถ่ายคู่กับภรรยาไจโกะ(น้องสาวไจเเอน) พร้อมลูกๆอีก6 คน

    หลังจากบริษัทเจ๊ง โนบิตะต้องไปเป็นเซลส์เเมนขายหนังยางกับแปรงสีฟัน

    20 ปีต่อมาโนบิตะ ตั้งบริษัทเล็กๆ ด้วยเงินรางวัลลอตเตอรี่ ในตอนเเรกใส่สูทแบบท่านประธาน แต่หนึ่งปีให้หลังต้องถือกระป๋องขอทานตามยบ้าน

    35ปีให้หลังโนบิตะผู้เเสนอ่อนล้าในมือขวาถือรุ่มนึงคัน มือซ้ายถือของอย่างหนึ่งซึ่งมีผ้าคลุมเเบบอาหลับห่อเอาไว้อยู่ ส่วนบนหลังเป็นเด็กทารกน้อยกำลังร้องไห้ แล้วดูเหมือนว่ากำลังจะหนีออกจากบ้านไป แต่ระหว่างทางนั้นเอง ดันไปพบกับไจโกะเข้า "ฉันไม่ยอมให้เธอหนีออกจากบ้านหรอกนะ" แล้วโนบิตะก้อถูกลากเข้าคอกคอตกไปในที่สุด....

    เซวาชิคุง สารภาพว่า"เงินที่คุณทวดไปกู้หนี้ยืมสินมามันมากมายมหาศาลขนาดที่ร้อยปีให้หลังยังใช้เขาไม่หมด เพราะฉะนั้นบ้านผมก็เลยยากจนข้นเเค้น...เงินเเต๊ะเอียปีนี้ได้เเค่ 50 เยนเอง"

    โนบิตะได้ฟัง หลานของหลานกล่าวว่า ก้อถึงกับร้องไห้ พร้อมกับกล่าวว่า "โทษที...ที่ทำให้พวกเธอลำบากถึงขนาดนั้น...ฉัน...ไม่อยากจะมีชีวิตต่อไปอีกแล้ว"

    พัฒนาการของโนบิตะนั้นมาเเต่แห่งหนใด?

    โดราเอม่อนได้สั่งสอนโนบิตะ ต่างๆนานๆ ผ่าน ของวิเศษต่างๆมากมาย แต่อย่างไรก้อตามสุดท้ายมักจบลงด้วยปัญหา เพราะสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาไม่ได้รับการแก้ที่ถูกจุด เหมือนดั่งที่โรม่อนพยายามจะบอกกับทุกคนว่า อย่าเอาเเต่พึ่งพาของวิเศษ การพึ่งพาพละกำลังของตัวเองเป็นหนทางที่ดีที่สุด โนบิตะไม่ได้เอาเเต่พึ่งพาของวิเศษแต่โฟกัสมักจับจับไปยังฉากที่โนบิตะขอความช่วยเหลือจากโดราเอม่อนเสมอ แต่ทุกๆครั้งโนบิตะจะลองผิดลองถูกด้วยกำลังของตัวเองก่อนเสมอ  ของวิเศษนั้นเป็นเพียงเครื่องมือดึงเอาจุดเด่นในตัวของเขาเองออกมา เสริ่มในส่วนที่ขาดให้บกพร่อง ปลุกความสามารถที่หลับไหลอยู่ให้ตื่นขึ้น

    ในภาคนวนิยาย ลักษณะอันโดดเด่นของโนบิตะ นับตั้งเเต่จิตใจอันงดงามที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ความรู้สึกเอ็นดูต่อสัตว์และพืชซึ่งมาจากก้นบึ่งของหัวใจ รวมไปถึงความฝันที่ไม่เคยจืดจางนับแต่เยาว์วัย ก็ถูกปลุกถูกหล่อหลอม ให้เเข็งเเกร่งขึ้นไปในขณะเดียวกัน ........ในด้านชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไป แม้จะยังคงหัวช้า ยืดยาด เอื่อยเฉี่อย แต่ระหว่างการผจญภัยในภาคนวนิยาย โนบิตะก็ร่วมต่อสู้กับเพื่อนๆเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆที่เข้ามาอย่างห้าวหาญ และในบางโอกาสถึงกับก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำ ในยามที่ราเอม่อนบาดเจ็บหรือไม่สามารถต่อสู้ได้

    โนบิตะใช้จิตใจอันดีงามในการชักจูง เพื่อนๆ  เอาตัวรอดจากสถานการณ์ลำบากต่างๆมาได้ ใช้ของวิเศษต่างๆจากโดราเอม่อน ปลุกลักษณะโดดเด่นที่หลับใหลอยู่ภายใน ให้เป็นที่ปรากฎต่อสายตาของคนภายนอกได้

    "หากไม่มีโนบิตะอยู่ข้างๆฉันคงไม่กล้าเผชิญหน้ากับภยันตรายต่างๆได้"เป็นคำหวานที่ออกมาจากปากของ ชิซุกะ ที่ได้ตัดสินใจเเต่งงานกับโนบิตะในที่สุด คืนวันก่อนเเต่งงานของโนบิตะ ชิซุกะถามพ่อว่า "หนู...รู้สึกหวั่นไยงไงไม่รู้...ชีวิตคู่ของหนูจะไปได้สวยรึเปล่านะ" คุณพ่อกลับตอบไปทันทีว่า "แน่นอนสิลูก จงเชื่อมั่นในตัวโนบิตะ" จากนั้นคุณพ่อของชิซุกะ ได้ให้คำเเนะนำที่ลึกซึ้งตราตรึงใจที่สุดในประวัติศาสตร์ของการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อน..."ลูกตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกโนบิตะคุงเด็กคนนี้ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข ขณะเดียวกันก็ร่วมโศกเศร้ายามผู้อื่นเป็นทุกข์ นี่ละคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นมนุษย์" เมื่อได้ยินเช่นนี้ชิซุกะก็มั่นใจได้ว่า ชีวิตเเต่งงานของเธอกับโนบิตะ จะต้องมีความสุขเเละเข้าพิธีเเต่งงานไปอย่างเบิกบานใจ

    ถ้าสอบสักห้าครั้งรับรองต้องได้ไข่ต้มอย่างน้อยหนึ่งฟอง คุณครูลงโทษให้มายืนที่ระเบียงหน้าห้องประจำ หลังเลิกเรียนก็ถูกไจเเอนท์กับซุเนโอะรังเเก พอถึงบ้านแม่ก็ว่าจนหูชา แม้โนบิตะจะเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากลำบากเพียงใด แต่จิตใจอันดีงามก็ไม่เคยจืดจางลบเลือนไปจนกระทุ่งชนะใจนางในใจปรารถนาอย่างชิซุกะ ได้เธอมาไว้ในอ้อมกอดในที่สุด

    หนังสือเล่มนี้ได้จำเเนกเหตุการณ์ในตอนต่างๆ หยิบยกจุดสำคัญๆในเเต่ละตอนซึ่งทำให้โนบิตะ เติบโตขึ้นเอาไว้อย่างมากมาย เลยที่เดียว จิ๊งคงจะเล่าได้ไม่ทั้งหมดนะครับอยากเเนะนำว่าไปอ่านเองจะดีที่สุดครั ก็จะมีในตอนที่ชอบมากๆแบบที่ว่าอ่านเเล้วโดนใจเพราะมันใช่ตัวเราน่ะจะจำได้ขึ้นใจ ขอยกมาซัก 2-3 ตอนเเล้วกันนะครับ


     
    4 Comment
    Comment  
    From : กรุณา Login ก่อนค่ะ 
    Message :
     
  • deathsickle
  • posted on 16/06/2007 13:30
  • ขยันอัพบล๊อคจังวุ้ย -  -'
  • SagaAngel
  • posted on 16/06/2007 05:31
  •  

    มนุษย์เราหากพลังใจที่หลงใหลในความฝันได้เหือดเเห้งลงไปแล้วอายุก้อจะกลายเป็นเพียงตัวเลข ความหนุ่มก็จะเบรกหยุดลงกระทันหัน ความฝันหรือความปรารถนา มีความสำคัญต่อมมนุษย์สักเพียงใด โนบิตะและโดราเอม่อนได้สอนให้เราเห็นเเล้วผ่านทางวิถีต่างๆต่อจากนั้นหาก "วิถีเเห่งโนบิตะ"ที่ว่านี้ช่วยเติมเเรงใจให้คุณได้สักนิด คงทำให้ข้พเจ้ามีความสุขอย่างยิ่ง

    ไม่ว่าจะเป็นฝันที่เล็กกระจ้อยร่อยซักเพียงใดก็ไม่เเคร์ ขอเพียงเเค่คุณก้าวเดินไปด้วยหัวใจที่หลงใหลในความฝัน ที่เหลือก็เเค่เผชิญกับมัน เพื่อทำความฝันให้กลายเป็นความจริง!!!"     

    โยโกยาม่า   ยาสุยุกิ

    เอาล่ะอยากให้ลองอ่านกันดูนะหนังสือเพื่อการพัฒนาตัวเองดีๆเเบบนี้นานๆทีจะมีออกมาให้ได้อ่านกันครับ

     จริงๆมีเยอะนะเเต่ส่วนใหญ่อ่านยากน่ะ เข้าใจยาก แต่เล่มนี้เข้ากับพวกเราทุกคนเเน่นอนเข้าใจง่ายสุดๆเลย

     คิดว่าทุกคนจะได้รับประโยชน์ไม่มากก้อน้อยจากหนังสือดีๆเเบบนี้นะครับ.......โอกาสหน้าจะหน้าหนังสือดีๆ มาเเนะนำให้อีกนะ

    SagaAngel  -

    The  EvasSaint  of  Vampierza

    โอกาสหน้าจะหน้าหนังสือดีๆ มาเเนะนำให้อีกนะ

    มีอีกหลายเล่มเลยเชียวล่ะ

    เอ่อลืมบอกไปตอนนี้วิถีเเห่งโนบิตะ สำนักพิมสยามได้รับลิบสิทธิไปนะครับ

    ได้ข่าวว่าหมดไปแล้วต้องรอพิมให้อีกรอบเเล้วจะนำไปจัดจำหน่ายในงานสัปหาด์หนังสือคราวหน้านั้นเองครับ 

  • SagaAngel
  • posted on 16/06/2007 05:30
  •  

    โนบิตะปราศจากอคติต่อสิ่งใดๆอีกซักตอนนะ

    โดราเอม่อนจัดกระเป๋าของตัวเองอยู่ แล้วได้หยิบไข่ออกมาใบนึง โนบิตะสนใจจะฟักไข่ใบนั้นมากคิดว่าเมื่อฟักออกมาจากไข่ได้ก้อจะนำไปอวดชิซุกะจัง แม้จะไม่รู้ว่าในไข่ใบนั้นจะเป็นอะไรก้อตาม หากเลี้ยงด้วยใจเเล้วก็สามารถเชื่องได้ทั้งนั้น โนบิตะจึงลองทำตัวเป็นเเม่ไก่ดู

    เวลาผ่านไปซักพัก โดราเอม่อนนึกขึ้นได้ว่าไข่ใบนั้นเป็นไข่ที่นักพยากรญ์อากาศสร้างขึ้นไว้ใช้ ทดลอง พายุไต้ฝุ่นจึงเตือนโนบิตะว่า "อันตรายนะรีบๆเอาไปทิ้งเสียเถอะ" แต่โนบิตะไม่สนใจตั้งใจจะเลี้ยงจนโตเเละตั้งชื่อว่าเจ้าไต้ฝุ่น เจ้าไต้ฝุ่นนี้กินความร้อนเป็นอาหาร โนบิตะ จึงเอาเทียนมาจุดปล่อยให้เจ้าไต้ฝุ่นได้กินเป็นอาหาร จนอิ่มท้ง ทุกวันหลังกลับจากโรงเรียนจะพาไปเล่นที่สนามเด็กเล่น เสมอๆ บางครั้งเวลาที่โนบิตะถูกไจเเอนท์ และซุเนโอะ รังแก เจ้าไต้ฝุ่นก้อจะใช้พลังลมพัดหมุนทั้งสองคนออกไปไกลลิบ แต่ก้อมีข้อดีเเละข้อเสีย เช่นกันเจ้าไต้ฝุ่นสร้างความปั่นป่วนให้กับผู้คนรอบข้างมากมาย ไม่ว่าจะชิซุกะกระโปงเปิด ผ้าห่มผ้านวมกระจาย ยิ่งเจ้าไต้ฝุ่นโตขึ้นเท่าไหรก้อยิ่งมีปัญหาตามมามากขึ้นเท่านั้น คุณจึงหมดความอดทนจึงบอกให้โนบิตะเอาเจ้าไต้ฝุ่นไปทิ้งเสีย

    โนบิตะคิดจะปล่อยเจ้าไต้ฝุ่นทิ้งไว้ขณะบินเล่นอยู่บนท้องฟ้าอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ในที่สุดก้อทำไม่ลงพามันกลับบ้านมาด้วยทุกครั้ง ในคืนวันหนึ่ง มีประกาศทางโทรทัศน์ว่า ขณะนั้นมีพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้าเข้ามาทางเหนือของประเทศญี่ปึ่น ส่งผลให้ทุกคนในบ้านตกอยู่ในความตื่นตระหนก เมื่อเจ้าไต้ฝุ่นเห็นดังนั้น มันก็ถลาบินออกไปเพื่อเผชิญหน้ากับพายุไต้ฝุ่นใหญ่ในทันที ......อีกม่นานจากนั้นทาง โทรทัศน์ประกาศว่า พายุไต้ฝุ่นขนาดเล็กพัดออกจากผืนทวีปญี่ปุ่นเข้าปะทะกับลมพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้พายุไต้ฝุ่นทั้งสองสลายตัวลง ซึ่งหมายความว่า เจ้าไต้ฝุ่นได้จากโลกนี้ไปเรียบร้อยเเล้ว โนบิตะแหงนหน้าขึ้นมิงท้องฟ้า หลังน้ำตาออกมาพลางกระซิบเบาๆว่า "เจ้าไต้ฝุ่น" จากนั้นก็พูดอย่างเศร้าๆกับโดราเอม่อนว่า "ยามใดที่ไต้ฝุ่นพัดเข้ามา เขาหวนนึกถึงเจ้าไต้ฝุ่นไปเสียทุกครั้ง"

    ไม่ต้องอธิบายอะไรหรอกมั่ง อ่านบทข่างบนก้อคงเข้าในเนื้อหาตอนนี้ดีแล้วล่ะครับ T^T

    ยังมีอีกหลายตอนเลยทีเดียวที่ชอบมากๆ อยากเขียนอีกซักตอนเเต่ก้อจะตี 5 อยู่เเล้วแฮะ -*-

    ประโยคสร้างฝัน"ฉันเองก็ทำได้"  ขอตอนสั้นอีกๆซักตอนนะ

    โนบิตะที่เล่นม้าไม้ไผ่ไม่เป็นได้เเต่นั่งมองพวกไจเเอนท์ ซุเนโอะ ชิซุกะ เล่นกันอย่างสนุกสนาน โนบิตะได้เเต่บ่นงึมงำกับตัวเอง ไจแอนเสนอว่าให้ทุกคนมาเเข่งเล่นขี่ม้าไม้ไผ่กัน และก็เยาะเย้ย โนบิตะกันอย่างสนุกสนานที่ไม่มีทางชนะอยู่เเล้ว โนบิตะกลับมาตั้งหน้าตั้งตาว่าจะต้องชนะให้ได้ คุณพ่อได้ยินเข้าจึงเกิดความประทับใจ ลงมือสร้างม้าไม้ไผ่ให้กับมือ แต่ทว่าโนตะกลับบอกว่าของที่คุณพ่อสร้างแบบนี้ใครจะไปขีได้เล่า แล้วก้อมาขอม้าไม้จากโดราเอม่อนเเทน (ตอนเเรกยังไม่ให้นะ) สุดท้ายก้อเอาออกมาจนได้ แต่สุดท้ายภายหลังคุณเเม่ใช้ ม้าไม้เป็นราวที่ตากผ้า มันจึงน้อยใจ จึงวิ่งหนีไป สุดท้ายโนบิตะก้อหันกลับมาจับม้าไม้ไผ่ของคุณพ่อโดยมีโดราเอม่อนเป็นผู้ฝึกใก้ เเละพูดเหน็บเเนมพลางให้กำลังใจว่า "อะไรที่คนอื่นรเขาทำกันได้ มีหรือที่นายจะทำไม่ได้อยู่คนเดียวมาฝึกกันให้ช้ำดำเขียวกันไปเลย!!" เเละแล้วหลังการฝึกฝนโนบิตะก้อพูดว่า"ของง่ายๆเหมือนปอกกล้วยเข้าปากอย่างนี้ ฉันน่าจะทำได้ตั้งนานเเล้ว"

    ชอบจังเลยนั้นละน้า เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้ความฝันเป็นจริง "ไม่ว่าร่างกายจะมีบาดเเผล รอยช้ำดำเขียวสักขนาดไหน ก็จะต้องกลับขึ้นมาเผชิญหน้ากับอุปสรรคของเราต่อไป"

     

  • SagaAngel
  • posted on 16/06/2007 05:22
  • ไม่น่าเชื่อว่าโนบิตะจะปราศจากความโลภ ชอบมากนะเพราะมีโอกาสได้ดูมูวี้ภาคนี้พอดีเลย

         ในอดีตที่"หุบเขามังกร" มีมังกรตนหนึ่งอาศัยอยู่ชาวบ้านร่ำลือกันว่า หากใครโดนเปลวเพลิงที่พ่นออกมาจากปากของมัน ร่างกายของคนผู้นั้นจะกลายเป็นหินทันที... อยู่มาวันหนึ่ง พวกไจเเอนท์กับซุเนโอะ ได้ออกไปประจัญหน้ากับมังกรไฟตนนี้ น่าเสียดายการประลองจบลงด้วย รูปปั้นหินของทั้งสองคน    หากต้องการจะปราบมังกรตนนี้จำเป็นต้องตัดหนวดของมันให้ขาดสะบั้น เช่นนั้นเเล้วมันจะอ่อนเเอลง ไม่สามารถโจมตีใดๆได้ โนบิตะใช้ปากบ่อน้ำร้อนให้เป็นประโยชน์เเละสามารถตัดหนวดของมังกรได้ในที่สุด โดราเอม่อนรู้ดีว่าหากได้อาบโลหิตของมังกร จะทำให้มีร่างกายเป็นอมตะไม่เจ็บไม่ป่วยไม่ตาย เขาจึงรบเร้าให้โนบิตะรีบลงมือจัดการ "มัวชักช้าอะไรอยู่ เดี่ยวเวลาผ่านไปหนวดมันขึ้นมาใหม่ พวกเราจะเป็นผ่านถูกเล่นงานเสียเอง" โนบิตะกลับตอบว่า"มังกรก็อยู่สงบสุขตามลำพังของมัน มนุษย์อย่างเรามีสิทธิอะไรไปพรากชีวิตมัน?" ไม่ยอมลงมือจัดการจนกระทั่งหนวดของมันกลับมาเเละฟื้นคืนพลังกลับมาอีกครั้ง มังกรตนนั้นพูดกับโนบิตะว่า "มนุษย์ส่วนใหญ่มาที่นี่ก็เพราะปรารถนาในโลหิตของข้ากันทั้งนั้น ข้าจึงต้องปกป้องตนเองโดยการทำให้มันกลายเป็นหิน " นอกจากนี้มังกรยังยืนยันด้วยว่าต่อจากนี้ไจไม่ทำรายมนุษย์คนไหนอีก และพูดต่อไปว่า"พวกเจ้าอุตส่าห์เดินทางมาจากเเดนไกลจะให้กลับมือเปล่าคงน่าสงสารเเย่อย่างไรก้อตามจะให้ข้าหลั่งเลือดของตนก็คงกระทำไม่ได้....เเต่เพื่อเป็นการตอบเเทนคุณ ข้าจะหลั่งโสธา(เหงื่อ) ลงไปในบ่อน้ำแห่งนี้ว่าเเล้วมังกรก็กระโจนลงไปในบ่อน้ำร้อน "แม้จะไม่ถึงขั้นไม่แก่ไม่ตาย แต่ก้อคงพอจะคืนชีพกลับมาได้สักครั้ง" "พวกเจ้าสองคนลงไปแช่ในบ่อน้ำร้อนนี้สักครั้งเถอะ" พอได้ยินคำเเนะนำของมังกรไฟ โนบิตะก็กล่าวว่า "หากสามารถฟิ้นคืนชีพกลับมาจากความตายได้สักครั้งเท่านี้ก็ถืว่าเป็นกำไรก้อนโตเเล้ว"และลงเเช่ในบ่อน้ำร้อนพร้อมกับเพื่อนๆ เพื่อฟื้นฟูกำลังกายเเละกำลังใจไว้สำหรับการสู้รบที่จะมาถึง....(อ่านเเล้วนึกถึงภาพเก่าๆในหัวที่เคยดูไปนานมากเเล้ว ซึ้งมาก ...T^T)

    วิถีชีวิตขิงโนบิตะมิได้ปรารถนาชีวิตอันยืนยาวเป็นอมตะเเต่ปรารถนาที่จะบันดาลฝันของตัวเองให้เป็นจริงทีละก้าวเเละสิ่งนี้ก็จะกลายเป็นเสาหลักที่ช่วยให้เขาดำรงชีวิตอย่างมีความสุขในภายภาคหน้า

    ประโยคสร้างฝัน"ฉันเองก็ทำได้"  ขอตอนสั้นอีกๆซักตอนนะ

    โนบิตะที่เล่นม้าไม้ไผ่ไม่เป็นได้เเต่นั่งมองพวกไจเเอนท์ ซุเนโอะ ชิซุกะ เล่นกันอย่างสนุกสนาน โนบิตะได้เเต่บ่นงึมงำกับตัวเอง ไจแอนเสนอว่าให้ทุกคนมาเเข่งเล่นขี่ม้าไม้ไผ่กัน และก็เยาะเย้ย โนบิตะกันอย่างสนุกสนานที่ไม่มีทางชนะอยู่เเล้ว โนบิตะกลับมาตั้งหน้าตั้งตาว่าจะต้องชนะให้ได้ คุณพ่อได้ยินเข้าจึงเกิดความประทับใจ ลงมือสร้างม้าไม้ไผ่ให้กับมือ แต่ทว่าโนตะกลับบอกว่าของที่คุณพ่อสร้างแบบนี้ใครจะไปขีได้เล่า แล้วก้อมาขอม้าไม้จากโดราเอม่อนเเทน (ตอนเเรกยังไม่ให้นะ) สุดท้ายก้อเอาออกมาจนได้ แต่สุดท้ายภายหลังคุณเเม่ใช้ ม้าไม้เป็นราวที่ตากผ้า มันจึงน้อยใจ จึงวิ่งหนีไป สุดท้ายโนบิตะก้อหันกลับมาจับม้าไม้ไผ่ของคุณพ่อโดยมีโดราเอม่อนเป็นผู้ฝึกใก้ เเละพูดเหน็บเเนมพลางให้กำลังใจว่า "อะไรที่คนอื่นรเขาทำกันได้ มีหรือที่นายจะทำไม่ได้อยู่คนเดียวมาฝึกกันให้ช้ำดำเขียวกันไปเลย!!" เเละแล้วหลังการฝึกฝนโนบิตะก้อพูดว่า"ของง่ายๆเหมือนปอกกล้วยเข้าปากอย่างนี้ ฉันน่าจะทำได้ตั้งนานเเล้ว"

    ชอบจังเลยนั้นละน้า เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้ความฝันเป็นจริง "ไม่ว่าร่างกายจะมีบาดเเผล รอยช้ำดำเขียวสักขนาดไหน ก็จะต้องกลับขึ้นมาเผชิญหน้ากับอุปสรรคของเราต่อไป"

     




    My Story List
  • สรุปหนังสือ ไขความลับรวยเเบบยิว
  • หวัดดีปีใหม่ย้อนหลังครับ ฉลองด้วยรูปใหม่ ^ ^
  • หวัดดีปีใหม่ย้อนหลังครับ ฉลองด้วยรูปใหม่ ^ ^
  • ในที่สุดก็ออกมาจนได้ "REBUILD OF EVANGELION"
  • สารพัดการมองโลกในแง่ดี
  • "อุสะ อุสะ" แบบสำรวจความรัก กระบวนการรับเเละส่งข้อมูลผ่านสมอง ซ้าย-ขวา
  • เรียงความวันเด็กอ่านเเล้วซึ้งมากจนน้ำตาจะไหล T^T
  • รวมงานปีที่เเล้ว "SagaAngel Work 2007"
  • ขอให้มีความสุข นะครับChristmas day
  • เปิดตัวอย่างเป็นทางการเเล้ว Saint Seiya The Hades Chapter Elysion
  • หัวเเคลนตุรับปริญญาเเล้ว เย้ ^ ^
  • เที่ยวงาน “Bangkok International ICT EXPO & TAM 2007”
  • ยีนดีกับพี่สาวเราด้วยครับเเต่งงานเเล้ว ^ ^
  • ขอเเสดงความยินดีกับพี่เบล ครับรับปริญญาเเล้วนะ ^^
  • เเบ่งเค้กกับเเบ่งเวลา ^ ^
  • “Final Fantasy Tactics: The Lion War " อาจจะซื้อ PSP เพราะเกมส์นี้ก็ได้ ^ ^"
  • Pom Poko(1994)
  • ฝนตกหนักอย่างเเรง....ใครจะรู้ว่าอยู่ในตึกก็อาจตายได้
  • How to CG painting Photoshop7 pant1
  • Porco Rosso(1992)
  • เชิญชวนเพื่อนๆชาว Erica ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของตำนาน Kain คร้าบ ^ ^
  • เเนะนำเกมส์สร้างสรรค์สุดมันส์ " Linerider " ครับ
  • Only Yesterday(1991)
  • อัพรูปจ้าหมูๆ+เรื่องของเวลา
  • อดีตเป็นเเค่เศษขยะ+อัพรูปพระเอลขี้อ้อนขี้เหงา^0^
  • 5 สิ่งสำคัญที่คุณต้องเลือกในชีวิต + อัพรูปนิดหน่อย^ ^
  • Kiki's Dilivery Service(1989)
  • อัพรูปวาดเล่น(ไม่เกี่ยวกับลินเอจนะ) สรุปเดือนที่ผ่านมา เป้าเดือนนี้ ^ ^
  • พักสายตาจากโลกไซน์เบอร์เสปสซักนิด หยุดคิดถึงธรรมชาติซักหน่อย ^ ^
  • อัพรูปต่อ,สรุปหมดคุณสองเเละเรื่องราวเล็กๆที่สร้างโลกใหญ่ๆใบนี้ให้สวยงามขึ้น
  • เมื่อ GM สาวสวยปรากฎตัวเเจกบัพ ความเป็นระเบียบจึงเกิดขึ้น
  • เสก๊ตเล่น ระว่างรอตี้ "ท่านหัวเเคลนกับเจเนนัลเบ้ประจำเเคลน"
  • วิถีเเห่งโนบิตะ ขัยชนะของคนไม่เอาถ่าน
  • Grave of the Fireflies(1988)
  • My Neighbor Totoro (1988)
  • ในสี่สุดก้อสำเร็จจามที่ตั้งเป้าหมายไว้เสียที โย่วๆ^ ^ เชิญชมคร้าบซัมม่อนเเมว
  • Nausica of the Valley of Wind (1984)
  • รูปเป็ดสาวนะคร้าบ มีคนขอเอาไว้ ^ ^
  • Laputa the Castle in The Sky(1986)
  • ซัมม่อนเเมวน่าร้ากก ซักวันมันคงเป็นสีนะ -*-
  • อัพรูปวาดต่อ^ ^ มีดดำVSมีดขาว นายแบบ Pอู้ด กับ Pเบียร์
  • อัพต่อๆ รูป ออค(ท่านโจ)เลี้ยงเอล ^ ^
  • เรียนจบสำนัก Vam แล้วโตขึ้นไปเป็น เนโคร เต็มตัว
  • สวัสดีครับเพื่อนชาวลินเอจทุกคน ขอลองเขียนหน่อยน้าครับ ^ ^