|
กรุณากดที่ชื่อหัวข้อให้อีกครั้งจากMyBlogทางด้านซ้ายมือเพื่อเนื้อหาที่ครบถ้วน
สวสัดีครับเพื่อนๆวันนี้จิ๊งเอาหนังสือที่ได้อ่านไปเเล้วมีรีวิวให้ดูครับคิดว่าเพื่อนๆหลายคนน่าจะเคยเห็นมากันบ้างเเล้วนะครับนั้นก็คือ "วิถีเเห่งโนบิตะ ขัยชนะของคนไม่เอาถ่าน"
ถ้าเอ่ยชื่อว่า "โดราเอม่อน" คงไม่มีใครในโลกนี้ไม่รู้จักชื่อเเล้วล่ะมั้ง โดราเอม่อน เป็นการ์ตูนที่เข้ามาบุกตลาดบ้านเราเมื่อ ประมาณ 30 ปีก่อน (เกิดไม่ทันวุ้ย) มีทั้งพิมออกมาเป็นหนังสือเเละฉายทางโทรทัศน์ จากวันนั้นถึงวันนี้ โดราม่อนยังคงเป็นที่รู้จักมากขึ้นๆๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยเนื้อเรีองที่เรียบง่าย ไม่มีพิษมีภัย อีกทั้งยังให้สาระดีๆ แนวคิดดีๆมากมายที่เเผงมากับการ์ตูนเรื่องนี้
ทราบหรือไม่ว่าทุกวันนี้ ญี่ปุ่นได้ยกระดับ "โดราเอม่อน" ขึ้นเป็นวรรณกรรมการ์ตูน ไปเรียบร้อยเเล้วเย้ๆๆ อีกทั้งยังมีการเรียนการสอนในวิชาที่ชื่อว่า "โดราเอม่อนศึกษา" ในระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยฟุคุยาม่า จนในที่สุดได้ต่อยอดออกมาเป็น หนังสือ "วิถีเเห่งโนบิตะ" นั้นเอง

อ. โยโกยาม่า ยาสุยุกิ ทำวิจัยเรื่อง "โดเรมอนศึกษา" เป็นเวลาถึง 6 ปีท่านได้อ่านผลงานเรื่องโดราเอม่อนไม่ต้ำกว่า 50 รอบ ได้จัดทำฐานข้อมูล ต่างๆอย่างละเอียด ทั้ง บทพูด ของวิเศษ ตัวละคร ต่างๆ ดัชนีเนื้อหา เเละอีกมากมาย เพื่อใช้วิเคราะห์พฤติกรรมของโนบิตะ นั้นคือสิ่งที่คุณจะได้รับจากหนังสือเล่นนี้นั้นเอง

โดราเอม่อนมายังโลกปัจจุบันทำไม?
โดราเอม่อนกำเนิดปี 2112 เดือน9 วันที่3 ณ โรงงานหุ่นยนต์มัชชิบะ กรุงโตเกียว โดยเป็นหุ่นยนต์เเมวที่ใช้ดูเเลเด็กๆ ส่วนเด็กที่โดราเอม่อนดูเเลอยู่นั่นคือ เซวาชิคุง หลานของหลานของ โนบิ โนบิตะ อีกทีนั้นเอง โดราเอม่อนนั่งไทม์แมชชีนออกเดินทางมายังโลกด้วยความคิดที่ว่า จะมาเปลี่ยนแปลงอดีตของบรรพบุรุษซึ่งโหลยโท่ยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติ.....
ชีวิตของโนบิตะยามขาดโดราเอม่อน?
โนบิ โนบิตะลูกชายคนเดียวในตระกูลโนบิ หากไม่ได้พบโดราเอม่อนเเล้วชีวิตของโนบิตะจะเกิด โศกนาฎกรรมขึ้นชิ้นนึง ................
"เรียนไม่เก่ง กีฬาไม่ได้เรื่อง เป่ายิ้งฉุบไม่เคยชนะ พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังไม่ได้เรื่อง " ในอัลบั้มรูปถ่ายในอนาคตที่โดราเอม่อนนำมาเเสดงให้ดูเป็นรูปถ่ายในโอกาศต่างๆ
1979 ปาร์ตี้ปลอบใจสอบเอ็นทรานซ์ไม่ติด
1988 เปิดบริษัทของตัวเองหลังจากหางานทำไม่ได้
1993 บริษัทล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า
1995 บริษัทล้มละลายเจ้าหนี้ไล่ตามหัวปักหัวปำ
และยังมีรูปถ่าย โนบิตะถ่ายคู่กับภรรยาไจโกะ(น้องสาวไจเเอน) พร้อมลูกๆอีก6 คน
หลังจากบริษัทเจ๊ง โนบิตะต้องไปเป็นเซลส์เเมนขายหนังยางกับแปรงสีฟัน
20 ปีต่อมาโนบิตะ ตั้งบริษัทเล็กๆ ด้วยเงินรางวัลลอตเตอรี่ ในตอนเเรกใส่สูทแบบท่านประธาน แต่หนึ่งปีให้หลังต้องถือกระป๋องขอทานตามยบ้าน
35ปีให้หลังโนบิตะผู้เเสนอ่อนล้าในมือขวาถือรุ่มนึงคัน มือซ้ายถือของอย่างหนึ่งซึ่งมีผ้าคลุมเเบบอาหลับห่อเอาไว้อยู่ ส่วนบนหลังเป็นเด็กทารกน้อยกำลังร้องไห้ แล้วดูเหมือนว่ากำลังจะหนีออกจากบ้านไป แต่ระหว่างทางนั้นเอง ดันไปพบกับไจโกะเข้า "ฉันไม่ยอมให้เธอหนีออกจากบ้านหรอกนะ" แล้วโนบิตะก้อถูกลากเข้าคอกคอตกไปในที่สุด....
เซวาชิคุง สารภาพว่า"เงินที่คุณทวดไปกู้หนี้ยืมสินมามันมากมายมหาศาลขนาดที่ร้อยปีให้หลังยังใช้เขาไม่หมด เพราะฉะนั้นบ้านผมก็เลยยากจนข้นเเค้น...เงินเเต๊ะเอียปีนี้ได้เเค่ 50 เยนเอง"
โนบิตะได้ฟัง หลานของหลานกล่าวว่า ก้อถึงกับร้องไห้ พร้อมกับกล่าวว่า "โทษที...ที่ทำให้พวกเธอลำบากถึงขนาดนั้น...ฉัน...ไม่อยากจะมีชีวิตต่อไปอีกแล้ว"
พัฒนาการของโนบิตะนั้นมาเเต่แห่งหนใด?
โดราเอม่อนได้สั่งสอนโนบิตะ ต่างๆนานๆ ผ่าน ของวิเศษต่างๆมากมาย แต่อย่างไรก้อตามสุดท้ายมักจบลงด้วยปัญหา เพราะสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาไม่ได้รับการแก้ที่ถูกจุด เหมือนดั่งที่โรม่อนพยายามจะบอกกับทุกคนว่า อย่าเอาเเต่พึ่งพาของวิเศษ การพึ่งพาพละกำลังของตัวเองเป็นหนทางที่ดีที่สุด โนบิตะไม่ได้เอาเเต่พึ่งพาของวิเศษแต่โฟกัสมักจับจับไปยังฉากที่โนบิตะขอความช่วยเหลือจากโดราเอม่อนเสมอ แต่ทุกๆครั้งโนบิตะจะลองผิดลองถูกด้วยกำลังของตัวเองก่อนเสมอ ของวิเศษนั้นเป็นเพียงเครื่องมือดึงเอาจุดเด่นในตัวของเขาเองออกมา เสริ่มในส่วนที่ขาดให้บกพร่อง ปลุกความสามารถที่หลับไหลอยู่ให้ตื่นขึ้น
ในภาคนวนิยาย ลักษณะอันโดดเด่นของโนบิตะ นับตั้งเเต่จิตใจอันงดงามที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด ความรู้สึกเอ็นดูต่อสัตว์และพืชซึ่งมาจากก้นบึ่งของหัวใจ รวมไปถึงความฝันที่ไม่เคยจืดจางนับแต่เยาว์วัย ก็ถูกปลุกถูกหล่อหลอม ให้เเข็งเเกร่งขึ้นไปในขณะเดียวกัน ........ในด้านชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไป แม้จะยังคงหัวช้า ยืดยาด เอื่อยเฉี่อย แต่ระหว่างการผจญภัยในภาคนวนิยาย โนบิตะก็ร่วมต่อสู้กับเพื่อนๆเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆที่เข้ามาอย่างห้าวหาญ และในบางโอกาสถึงกับก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำ ในยามที่ราเอม่อนบาดเจ็บหรือไม่สามารถต่อสู้ได้
โนบิตะใช้จิตใจอันดีงามในการชักจูง เพื่อนๆ เอาตัวรอดจากสถานการณ์ลำบากต่างๆมาได้ ใช้ของวิเศษต่างๆจากโดราเอม่อน ปลุกลักษณะโดดเด่นที่หลับใหลอยู่ภายใน ให้เป็นที่ปรากฎต่อสายตาของคนภายนอกได้
"หากไม่มีโนบิตะอยู่ข้างๆฉันคงไม่กล้าเผชิญหน้ากับภยันตรายต่างๆได้"เป็นคำหวานที่ออกมาจากปากของ ชิซุกะ ที่ได้ตัดสินใจเเต่งงานกับโนบิตะในที่สุด คืนวันก่อนเเต่งงานของโนบิตะ ชิซุกะถามพ่อว่า "หนู...รู้สึกหวั่นไยงไงไม่รู้...ชีวิตคู่ของหนูจะไปได้สวยรึเปล่านะ" คุณพ่อกลับตอบไปทันทีว่า "แน่นอนสิลูก จงเชื่อมั่นในตัวโนบิตะ" จากนั้นคุณพ่อของชิซุกะ ได้ให้คำเเนะนำที่ลึกซึ้งตราตรึงใจที่สุดในประวัติศาสตร์ของการ์ตูนเรื่องโดราเอม่อน..."ลูกตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกโนบิตะคุงเด็กคนนี้ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข ขณะเดียวกันก็ร่วมโศกเศร้ายามผู้อื่นเป็นทุกข์ นี่ละคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นมนุษย์" เมื่อได้ยินเช่นนี้ชิซุกะก็มั่นใจได้ว่า ชีวิตเเต่งงานของเธอกับโนบิตะ จะต้องมีความสุขเเละเข้าพิธีเเต่งงานไปอย่างเบิกบานใจ
ถ้าสอบสักห้าครั้งรับรองต้องได้ไข่ต้มอย่างน้อยหนึ่งฟอง คุณครูลงโทษให้มายืนที่ระเบียงหน้าห้องประจำ หลังเลิกเรียนก็ถูกไจเเอนท์กับซุเนโอะรังเเก พอถึงบ้านแม่ก็ว่าจนหูชา แม้โนบิตะจะเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากลำบากเพียงใด แต่จิตใจอันดีงามก็ไม่เคยจืดจางลบเลือนไปจนกระทุ่งชนะใจนางในใจปรารถนาอย่างชิซุกะ ได้เธอมาไว้ในอ้อมกอดในที่สุด
หนังสือเล่มนี้ได้จำเเนกเหตุการณ์ในตอนต่างๆ หยิบยกจุดสำคัญๆในเเต่ละตอนซึ่งทำให้โนบิตะ เติบโตขึ้นเอาไว้อย่างมากมาย เลยที่เดียว จิ๊งคงจะเล่าได้ไม่ทั้งหมดนะครับอยากเเนะนำว่าไปอ่านเองจะดีที่สุดครั ก็จะมีในตอนที่ชอบมากๆแบบที่ว่าอ่านเเล้วโดนใจเพราะมันใช่ตัวเราน่ะจะจำได้ขึ้นใจ ขอยกมาซัก 2-3 ตอนเเล้วกันนะครับ
|