ดาวน์โหลด เกมหมากฮอส
ดาวน์โหลด เกมหมากรุก
       • หมากรุก
       • อาณาจักรและการแผ่ขยาย
 

                อายุขัยของหมากรุกยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้ มีบางสมมุติฐานอ้างเลยไปถึงยุคที่ไม่มีหลักฐาน
        ทางประวัติศาสตร์ว่าเกิดหมากรุกตั้งแต่ราว 1000 ปีก่อนคริสตศักราชโดยนักคณิตศาสตร์ชาวอินเดีย
        ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่คิดวิธียกกำลังในทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เท่านั้น ยังมีบางตำนานที่อายุพอ ๆ กันคือ
        ราว 3000 ปีก่อนโดยอ้างถึงการค้นพบทางโบราณคดีในอิยิปต์, อิรัก, และอินเดีย แต่จริง ๆ แล้วก็ยังไม่พบ
        การกล่าวถึงหมากรุกในบทประพันธ์โบราณใด ๆ ก่อนปี คศ. 570 ดังนั้น นักประวัติศาสตร์หลายท่านจึง
        เห็นพ้องกันว่าปีนี้เป็นปีถือกำเนิดของหมากรุกอย่างเป็นทางการ

                 การกล่าวขวัญถึงหมากรุกครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นในบทกวีโบราณของเปอร์เซียซึ่งประพันธ์โดย Firdosi
        ในปีคศ. 600 ว่า มีการนำหมากรุกมาจากอินเดียสู่เปอร์เซีย ( ประเทศอิหร่านในปัจจุบัน ) ในรัชสมัยของ
        กษัตริย์ Chosroe I. Anushiravan ( 531-579 ) ตำราเล่มนี้กล่าวอธิบายกฎกติกา และนิยามของเกม
        หมากรุกไว้อย่างละเอียดละออ และหลังจากนั้นเปอร์เซียก็ถูกรุกรานตกอยู่ใต้การปกครองของจักรวรรดิ
        มุสลิม ซึ่งครอบครองอาณาจักรตั้งแต่ทิศตะวันออกจากอินเดียไปจรดที่เปอร์เซีย และทิศตะวันตกจากฝรั่งเศส
        ไปจรดที่สเปน รับหมากรุกไปจากเปอร์เซีย และแน่นอนว่าหมากรุกก็แผ่ขยายอาณาจักรข้ามภพข้าม
        อารยธรรมออกไปพร้อมกับการทำศึกขยายอาณาจักรอิสลาม อาจสรุปเส้นทางของหมากรุกได้ดังรูปนี้

                 หมากรุกย่างเข้าสู่สเปนพร้อมกับชาวมัวร์ โดยกล่าวถึงในดินแดนตะวันตกครั้งแรกจากคัมภีร์แห่ง
        คาตาโลเนียน ปี 1010 ซึ่งที่จริงหมากรุกเป็นที่รู้จักของยุโรปก่อนหน้านั้นมาก อาทิเช่น เรื่องของขวัญจาก
        เจ้าเมืองชาวมุสลิม Haroon al Rashid ที่มอบให้ Charlemagne ( ศตวรรษที่ 8 ) เป็นชุดหมากรุกล้ำค่า
        ซึ่งประดิษฐ์อย่างวิจิตร ตำนานอัศวินโต๊ะกลม ก็มีชุดบรรณาการถวายกษัตริย์อาเธอร์เป็นชุดหมากรุกเช่นกัน

                 หมากรุกเข้าสู่เยอรมันราวศตวรรษที่ 11 แต่ก็มีอ้างถึงก่อนหน้านั้นในวรรณกรรมของสาธุคุณ
        Froumund von Tegermsee ประพันธ์ไว้ในปี 1030-1050 เป็นเรื่องของศึกหมากรุกศักดิ์ศรีระหว่าง
        Svetoslav Surinj แห่งโครเอเชีย กับ Venetian Doge Peter II โดยมีเดิมพันเป็นอำนาจปกครองเมือง
        ดัลมาเชียน! ผลคือฝ่ายแรกชนะไป และหลังจากเยอรมันแล้ว หมากรุกก็ยังแผ่ขยายเข้าสู่อาณาจักรอิตาลี
        สู่จักรวรรดิอังกฤษ พอจะวาดผังการแผ่ขยายของหมากรุกในยุโรปได้ดังนี้

        ช่วงศตวรรษที่ 11 หมากรุกมาเป็นที่นิยมในสแกนดิเนเวีย จนปลายศตวรรษก็เข้าถึงโบฮีเมียผ่านทางอิตาลี
        การค้นพบครั้งสำคัญทางโบราณคดีอยู่ที่นอฟโกราด ประเทศรัสเซีย โดยพบชุดหมากรุกในแบบของมุสลิม
        พิสูจน์ได้ว่ามีการแผ่ขยาย เข้าสู่รัสเซียโดยตรงจากตะวันออกกลางก่อนที่จะมาจากทางด้านยุโรป จนถึง
        ปัจจุบัน ชื่อของตัวหมากในรัสเซียก็นำมาจากภาษาเปอร์เซียและอาหรับ ทีนี้ลองมาดูการเปรียบเทียบ
        ชื่อในตารางข้างล่างดังนี้
 
ยุโรป
รัสเซีย
คำต้นกำเนิด
Queen
Fyerzh
Vizier ( อาหรับ)
Bishop
Slon
Slon ( อาหรับ)
Rook
Rook ladia
Rokh ( เปอร์เซีย-อาหรับ)
 

        ในบทกวีพื้นบ้านของรัสเซียก็พูดถึงความนิยมของหมากรุกแบบเปอร์เซีย แต่ในที่สุดหมากรุกแบบยุโรป
        ก็ผ่านจากทางอิตาลีและโปแลนด์เข้าสู่รัสเซียเป็นที่นิยมแทนแบบดั้งเดิม
        มีทฤษฎีที่ว่าหมากรุกในรัสเซียถูกนำมาเผยแพร่โดยชาวตาร์ตาร์ ซึ่งเป็นจ้าวจักรวรรดิโมกุลซึ่งครอบครอง
        ดินแดนตะวันออกไกลและตะวันออกกลางโดยผ่านจากทางเปอร์เซียและอาหรับมาอีกต่อหนึ่ง

         หมากรุกถือเป็นสิ่งต้องห้ามในช่วงยุคสมัยหนึ่งของคริสตจักร เนื่องจากถูกใช้ในการเล่นการพนัน
         ดังนั้น จึงมีการกล่าวถึง หมากรุกในทำนองวัตถุนอกรีต แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งอัตราการขยายเติบโตของ
         อาณาจักรหมากรุกดูได้จากจำนวนของบทประพันธ์ในสมัยนั้นกล่าวขวัญถึงเกมหมากรุกไว ้เป็น
         จำนวนมาก บทประพันธ์ที่เก่าที่สุดเท่าที่พบแต่งขึ้นราวกลางศตวรรษที่ 9 โดยนักเขียนชาวอาหรับ Al Adli
         เป็นเรื่องราวของ Mansubat ซึ่งผมจะได้กล่าวถึงในตอนถัดไป

         ความนิยมหมากรุกเติบโตก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว และในที่สุดก็แพร่กระจายออกครอบคลุมทั้งโลก
         กุมหัวใจ และมันสมองของโลกยุคโบราณไว้ได้อย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน

         แผนภูมิข้างล่างจะได้แสดงทิศทางของการแพร่หมากรุกในแต่ละส่วนของโลก

       • หมากรุกรุ่นแรกของโลก
 

                มีการบันทึกทางประวัติศาสตร์ไว้ว่าหมากรุกรุ่นแรกของโลกเป็นเกม 4 กองทัพระหว่าง 4 ผู้เล่น
       ซึ่งหมายถึงว่าจะต้องมีตัวหมาก 4 ชุด แม้จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการใช้ชื่อของหมากรุกรุ่นแรก คือ Chatrang
       ( เป็นสันสกฤตตรงกับคำว่า "จตุรงค์" ) โดยคำว่า จตุร แปลว่า สี่ และ รงค์ แปลว่าสี หรือ ฝ่าย

       ชื่อ Chatrang เท่าที่พบก็มีวรรณกรรมสมัยราชวงศ์ Sasanid ( 242-651 ) แห่งเปอร์เซียเขียนขึ้นด้วย
       ภาษาปาลาวีชื่อ Chatrang namakwor ( A Manual of Chess ) มาถึงเปอร์เซียยุคใหม่ก็ใช้ชื่อซึ่งแทบ
       จะไม่แตกต่างคือ Shatranj คำนี้มีการวิเคราะห์ถกเถียงกันด้วยความเห็นที่แตกต่าง บ้างก็ว่าน่าจะมาจาก
       ความเชื่อในยุคอินเดียโบราณในเรื่องธาตุทั้ง 4 คือ ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ แต่บ้างก็ว่าอาจจะมาจากฤดูทั้ง 4
       และก็ยังมีการกล่าวถึงทฤษฎีอารมณ์ทั้ง 4 คือ รัก, โลภ, โกรธ, หลง แต่ก็ล้วนใช้เลข 4 เป็นกุญแจหลักทั้งสิ้น

       คำว่า Chess ( หมากรุก ) มาจากคำว่า Shah ( King ) ในภาษาเปอร์เซีย และ Checkmate ( รุกจน )
       ก็มาจากคำว่า Shah mat (King died)

       ตัวหมากทั้งหมดที่ยังมีใช้อยู่ในหมากรุกหลากหลายชนิดของโลกจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วย
 
King
ขุน
Queen
เม็ด
Bishop
ช้าง
Knight
ม้า
Rook
เรือ
Pawn
เบี้ย
 
      เป็นที่น่าสังเกตุว่าไม่ว่าจะเป็นชื่อตัวหมาก หรือวิธีการเดินหมากแทบจะไม่แตกต่างจากยุคปัจจุบัน
      โดยเฉพาะหมากรุกไทย ( ส่วน Elephant เดินเหมือน เฉีย หรือ ช้างของหมากรุกจีน )
  จาตุรงค์ หรือ Chatrang เป็นหมากรุกรุ่นแรกของโลก ซึ่งแบ่งออก
เป็น 4 สี 4 ฝ่าย เล่นโดยใช้ลูกเต๋า
เป็นตัวกำหนด หมากที่จะเดิน
  Shatranj
เป็นหมากรุกในยุคถัดมา ซึ่งแบ่งออกเป็น
สองฝ่ายเหมือนหมากรุกยุคปัจจุบัน
 

       ชาวอาหรับมุสลิมอาจกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มชนชาติที่มีอิทธิพลสูงสุดในการแผ่ขยายของเกมหมากรุก ตั้งแต่เป็นที่มาของคำสำคัญที่กล่าวไปบ้างแล้วคือ Chess, Checkmate เชื่อหรือไม่ครับ มีการแข่งขัน
แบบปิดตาเล่นตั้งแต่ก่อนปี คศ.700 มีการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนท์ ตั้งแต่ช่วงหลังศตวรรษที่ 8
ตำราหมากรุกก็เกิดขึ้นในช่วงนี้ ว่าด้วยการเปิดหมาก ปัญหาหมากกล ( ภาษาอาหรับคือ Mansubat ) เท่านั้นไม่พอยังมีการเปรียบเทียบระหว่างหมากรุกของทางเปอร์เซียกับแบบฮินดูแถมท้าย เรียกได้ว่า
ครบเครื่องเรื่องหมากรุกจริงๆ

       ทว่าเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ปัจจุบันตำราล้ำค่าเล่มดังกล่าวได้สูญหายไปจากพิพิธภัณฑ์อย่างไร้ร่องรอย...!

       แต่ก็ยังโชคดีครับ ที่ทางพิพิธภัณฑ์แห่งชาติยูโกสลาเวียยังมีต้นฉบับอีกเล่มซึ่งเขียนขึ้นราวต้นศตวรรษที่ 9เป็นตำรา Mansubat ( ปัญหาหมากกล) ถูกค้นพบและนำออกแสดงในปีคศ. 1958

       ในจำนวนนั้นมีหมากกลเด็ด ๆ ที่เลื่องชื่ออยู่หลายกล สุดยอดหมากกลหนึ่งชื่อ " The Dilaram Mate" กล่าวถึงกระทาชายนาม Dilaram เป็นนักหมากรุกและนักพนันตัวยงเพียงแต่แกมีนิสัยค่อนข้างหุนหัน
พลันแล่นโดยไม่ยั้งคิด จนในที่สุดครั้งสุดท้ายแพ้ติดต่อกันจนหมดเนื้อหมดตัว แต่อย่านึกว่าจะพอแค่นั้น
แกก็ยังเดิมพันด้วยภรรยา ! ที่สำคัญคือคนที่เล่นด้วยก็รับเดิมพันนี้ซะด้วย และด้วยความเลินเล่อประมาท
ของ Dilaram ดูเหมือนเทพีแห่งชัยชนะจะโบกบินไปยังฝ่ายตรงข้าม ...

        แต่ภรรยาของแกเห็นรูปหมากแล้วกลับคิดขึ้นได้ว่าถ้าให้ฝ่ายตรงข้ามกินเรือสองลำจะพลิกกลับมารุกจนได้
ภายในสามตา!!! หลังจากกระซิบบอกสามี นาย Dilaram ก็เอาชนะไปได้ และได้สิ่งที่สูญเสียไป
ทั้งหมดคืนกลับมา นี่คืออานุภาพของหมากกลรูปนี้

ทีนี้ลองมาดูคำศัพท์ที่ใช้เรียกตัวหมากของเปอร์เซียกันครับ

 
ตัวหมาก
อาหรับ
ความหมาย
King
Al Shah
ราชา
Queen
Al Firzan
นักวิทยาศาสตร์
Bishop
Al Fil
ช้าง
Knight
Al Faras
ทหารม้า
Rook
Al Rokh
กำแพง
Pawn
Al Beizaq
พลราบ
 
        หลังจากนำหมากรุกเข้าสู่ยุโรป ก็ปรากฏบันทึกเกมที่เลื่องชื่อขึ้นมามากมาย ที่เด่นมาก คือ บันทึกของกษัตริย์
        สเปน "Alfonso ผู้ปราดเปรื่อง" ในปี 1283 ซึ่งผลงานชิ้นนี้มีภาพสีประกอบกว่า 150 ภาพ มีการเล่นปิดเกม
        ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมอาหรับ
        หมากรุกแห่งเมืองอิสตันบลูสมัยโบราณ Zatrikion เล่นอยู่บนกระดานทรงกลม ทั้งตัวหมากและวิธีการเดินนั้น
        เป็นแบบเดียวกันกับของอาหรับ
        จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คงจะเห็นแล้วนะครับว่า หมากรุกมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา , สถานที่,
        อารยธรรม จนมาถึงปัจจุบัน ในอนาคตใครจะหยั่งรู้ว่าเกมอัจฉริยะนี้จะเปลี่ยนไปในรูปแบบใด
 
       • แนวทางกระบวนยุทธของหมากรุก
 

        กระบวนยุทธหมากรุก ไม่ว่าจะเป็นชนิดใด ของชาติใดก็ตามจะแบ่งขั้นตอนการเล่นซึ่งมีวิธีการคิด
        และวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไปเป็น 3 ระยะ คือ
               1.  ระยะเปิดเกม
               2.  ระยะกลางเกม
               3.  ระยะปิดเกม
      
       
โดยสรุปคร่าวๆ คือ
               ระยะเปิดเกม    เป็นการจับจองเส้นทางลำเลียงพล ทำลายหรือหันเหเบี่ยงเบนสิ่งกีดขวาง
                                        เริ่มกลยุทธขั้นต้นของโครงสร้างเบี้ย วางตำแหน่งอาวุธหนักเบาในสภาวะพร้อมรบ
               ระยะกลางเกม  เป็นการใช้กลยุทธขั้นต่อมาแทบทั้งหมดเพื่อเอาเปรียบในด้านกำลังพล
                                        และเปิดเส้นทางสู่ขุนของฝ่ายตรงข้าม ทำลาย หรือเบี่ยงเบนองครักษ์ที่
                                        แวดล้อมป้องกันขุน
               ระยะปิดเกม     เป็นการใช้กลยุทธขั้นสุดท้ายเบียดไล่ขุนให้จนในกรณีเป็นต่อ หรือหลบหนี
                                        ให้รอดในกรณีเป็นรอง
       ทั้งสามขั้นตอนนี้ บางเกมอาจไม่ต้องเล่นไปถึงระยะปิดเกมก็ชี้ขาดกันที่ระยะกลางกระดานได้เลยก็มี
       แต่โดยทั่วไปแล้ว การที่จะฝึกฝนจนฝีมือก้าวขึ้นสู่ระดับมาตรฐาน จำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ
       และทักษะในเกมทั้งสามระยะนี้เป็นอย่างดี ขาดองค์ประกอบใดไปก็จะทำให้ยากที่จะพัฒนาถึงขั้นมาตรฐานได้