ดาวน์โหลด เกมหมากฮอส
ดาวน์โหลด เกมหมากรุก
• หมากฮอส
    หมากฮอส คือ เกมกีฬาประลองความคิดที่
เล่นกัน 2 คน เป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่าง
หนึ่งในยามว่าง และพบเห็นได้ทั่วไป เพราะ
อุปกรณ์ในการเล่นหาได้ไม่ยาก อาทิ กระดาน
หรือพื้นที่เรียบๆ สำหรับเขียนตารางเป็นตาเดิน
ของหมากและตัวฮอสที่ใช้สำหรับเอามาเล่นนั้น
ก็หาได้ไม่ยาก หาได้โดยทั่วไป เช่น ฝาขวดน้ำ
อัดลม หรือ ก้อนหินขนาดเล็กก็ได้

การหมากฮอสนั้นมีหลายรูปแบบ จะเล่นเพื่อความ
สนุก เล่นเพื่อศึกษา เล่นเพื่อหารายได้ หรือเล่น
เพื่อการแข่งขันก็ได้ ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของแต่
ละคน คนที่คิดจะเล่นให้เก่ง จึงต้องใช้ความ
พยายามและใช้เวลาในการศึกษาแนวทางการเล่น
เป็นอย่างมาก...
   • ประวัติความเป็นมาของหมากฮอส
 

         เชื่อกันว่า หมากฮอส ( checkers ) มีกำเนิดมาจากหมากรุก ( chess ) โดยดัดแปลงรูปแบบ และกติกา
    การเล่นให้ง่ายขึ้น แม้แต่เด็กก็สามารถเรียนรู้และเล่นเป็นได้ในเวลาไม่นาน คำว่า checkers หมายถึง ตาหมากรุก
    เบี้ยจะเดินคล้ายการเดินของควีน ( queen ) ในหมากรุกยุคแรก ๆ ( เหมือนเม็ดในหมากรุกไทย ) คือเดินทแยง
    ไปด้านหน้าได้ครั้งละ 1 ตา ( ถอยหลังไม่ได้ ) เมื่อเดินไปจนสุดกระดานอีก ด้านหนึ่งจะมีการเปลี่ยนเป็นฮอส
    และสามารถเดินถอยหลังได้  

          จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทำให้ทราบว่า หมากรุกมีกำเนิดทางตอนเหนือของประเทศ อินเดีย
    ประมาณ พ.ศ.1113 ส่วนหมากฮอสปรากฎครั้งแรกในบันทึกภาษาสเปน เมื่อ พ.ศ.2090 ก่อนจะแพร่หลาย
    ไปสู่ส่วนต่างๆ ของโลก
          ในยุคกลาง ( middle age ) หมากฮอส ถูกรังเกียจว่าเป็น \" หมากรุกของผู้หญิง\" หรือ chess for lady
    โดยยังมีหลักฐานปรากฏในภาษาปัจจุบันของชาติต่าง ๆ เช่น Jeudes ในภาษา ฝรั่งเศส Damenspiel ในภาษา
    เยอรมัน และ Giuoco delle dame ในภาษาอิตาลี เป็นต้น

    กติกาหมากฮอส

    ท้องถิ่นแต่ละประเทศจะมีส่วนปลีกย่อยต่างกันออกไป เช่น ในสเปนและไทย ฮอสสามารถ เดินได้ยาวเหมือน
    บิชอพ ( Bishop ) ของหมากรุกสากลในอิตาลี เบี้ยตัวเดียวจะกินฮอสไม่ได้ และในโปแลนด์ ใช้เล่นบนตาราง
    10 x 10 ช่อง มีเบี้ยฝ่ายละ 20 ตัว เป็นต้น
   • หมากฮอสสากล
 
          เป็นหมากฮอสที่เป็นที่ยอมรับและใช้แข่งขันทั้งระดับประเทศและระหว่างประเทศ ผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่าย
    จะมีเบี้ยข้างละ 12 ตัว ฝ่ายดำเดินก่อนเมื่อเปลี่ยนเป็นฮอส ( Checkers King ) อีกฝ่ายหนึ่งจะสวมมงกุฎให้โดย
    ใช้เบี้ยสีเดียวกันวางซ้อนลงไปอีก 1 ตัว ฮอสจะเดินหน้าหรือถอยหลังก็ได้ครั้งละ1 ตา การเล่นหมากฮอสสากล
    ในปัจจุบันได้ถูกค้นคว้าแง่มุมการเดินต่าง ๆ จนเกือบหมดสิ้น  ดังนั้น ถ้าไห้เลือกเดินอย่างอิสระ นักเล่นที่เก่ง
    สามารถเดินเสมอกี่กระดานก็ได้เท่าที่ต้องการเล่น ยกเว้นแต่จะเสี่ยงเดินเพื่อเอาชนะ ในการแข่งขันจึงเต็ม
    ไปด้วยการเสมอ ตัวอย่างเช่น การแข่งขันชิงแชมป์ระหว่าง Anderson กับ James Wyllie ปรากฏว่า เสมอกันถึง
    54 กระดาน หมากฮอสจึงได้ชื่อว่าเป็นกีฬาแห่งการเสมอกัน ภายหลังจึงมีการใช้กติกา 2 ก้าวบังคับ ( 47 วิธี )
    และ 3 ก้าวบังคับ ( 137 วิธี )
          สำหรับการเปิดหมากซึ่งเราได้ดัดแปลงนำมาใช้ การแข่งขันที่สำคัญของกีฬาหมากฮอส เป็นการแข่งขัน
    ประเภททีมระหว่างประเทศ เริ่มมีครั้งแรกปี พ.ศ. 2427 ระหว่าง อังกฤษ กับ สก๊อตแลนด์  ในปี พ.ศ.2448
    อังกฤษส่งทีมข้ามทวีปไปแข่งขันกับสหรัฐอเมริกา จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีการจัดการแข่งขัน ระหว่างประเทศอยู่
    แม้จะไม่กว้างขวางและได้รับนิยมเท่าหมากรุกก็ตาม
 
  • หมากฮอสไทย
 
          ดัดแปลงมาจากหมากฮอสสากล ความแตกต่างก็คือ ฮอสสามารถเดินได้ยาวเหมือนบิชอพ ( Bishop )
    และลดเบี้ยเหลือฝ่ายละ 8 ตัว การแปรรูปมีน้อยกว่า หากค้นคว้าและฝึกฝนจนเชี่ยวชาญแล้ว จะแพ้ไม่เป็นเลย
    เมื่อหมากฮอสไทย พัฒนาถึงจุดหนึ่งแล้ว ก็คงได้ชื่อว่าเป็นกีฬาแห่งการเสมอกัน การใช้กติกา 3 ก้าวบังคับไม่
    อาจช่วยได้มากนัก และดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับกีฬาที่ต้องการความเป็นอิสระ ในการคิดและตัดสินใจ ดังนั้น
    รูปแบบและกติกาการเล่นหมากฮอสไทย คงจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อให้คงเป็นกีฬาแห่งการสร้างสรรค์
    และให้ความเพลิดเพลินต่อไป
 
    หมากฮอส แบ่งเกมการเล่นออกได้เป็นสามช่วง คือ
 
  • ต้นกระดาน จำเป็นที่จะต้องรู้รูปหมากจำนวนมาก ใช้ความจำเป็นส่วนใหญ่คิดเพียงเล็กน้อย ช่วงนี้คนที่รู้รูปหมากมาก จำได้มาก จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ
  • กลางกระดาน เริ่มต้องใช้ความคิดมากขึ้นผสมกับความจำ คนที่คิดรูปกลได้ดีกว่ามักได้เปรียบในช่วงนี้
  • ปลายกระดาน จุดตัดสินแพ้ชนะต้องใช้ความคิดมาก มีรูปกลมากมายอีกทั้งต้องอาศัยการบังคับหมาก
    ที่ถูกต้อง หากช้าไปเพียงก้าวเดียวก็ทำให้หมากแพ้หรือเสมอไป ต้องอ่านหมากได้ละเอียดถูกต้อง
    แม่นยำ จึงจะชนะซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เพราะปลายกระดานนั้น มีความหลากหลายมาก หลายๆ เกม
    จึงจบลงแบบพลิกล็อค เพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเดินผิดหรือถูกกลลวงของคู่แข่ง

    • วิธีการเล่น

 

          หมากฮอส คือ เกมที่แต่ละคนจะต้องกินฝ่ายตรงข้ามให้หมดก่อนจะเป็นผู้ชนะ หรือไล่จนฝ่ายตรงข้ามจนมุม
    และยอมแพ้ไปเอง วิธีเล่นเริ่มจาก แต่ละคนจะวางตัวหมากทั้ง 8 เป็น 2 แถว และจะเดินได้เฉพาะช่องที่ทำ
    เครื่องหมายไว้เท่านั้น ตัวหมากธรรมดาไม่สามารถเดินถอยหลังได้ เมื่อไปถึงสุดตารางของฝ่ายตรงข้าม
    จะได้สิทธิ์พิเศษ เรียกว่า "ฮอส" ซึ่งจะเดินหน้า หรือถอยหลังก็ได้ ปกติตัวฮอสจะใช้เบี้ยวางซ้อนกัน 2 ตัว
    ( ซึ่งปกติอาจใช้ฝาขวดน้ำอัดลมเล่น ) ในการเล่นจะมีการหลอกล่อให้ฝ่ายตรงข้ามหลงกล เข้ามาให้กินฟรี หรือ
    ไล่อออกมาเพื่อเข้าฮอส เป็นเกมที่ต้องใช้ความคิด ประสบการณ์ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้าง

 
   • เทคนิคการเล่นหมากฮอส
 

      เทคนิคการเล่นหมากฮอส มีมากมายหลายแบบ ในเกมหนึ่งๆ เราอาจได้เห็นหลายๆ อย่างในเกมเดียว

        1. การกิน มีทั้งกินตัวเดียวไม่ซับซ้อนไปจนถึงซับซ้อน กินหลายๆ ต่อ ( รำวง ) เป็นการทำลายหมากที่ได้ผลดี         
        2. การกันหรือกัก เป็นการสกัดกั้นไม่ให้อีกฝ่ายมีตาเดินรวมทั้งการขังหมู คือ กักฮอสหรือเบี้ยอัดกันเป็นกลุ่ม         
        3. เซ่น คือการให้กิน เพื่อหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่งตามมา เช่น เซ่นเพื่อเปิดทางเข้าฮอส, เซ่นให้อีกฝ่ายทางเสีย,
            เซ่นแล้วไล่กินคืน, เซ่นแล้วทิ้งร่มตาม เป็นต้น
        4. ทิ้งร่ม เป็นการโยนให้อีกฝ่ายกินจนเข้าฮอส เพื่อที่เราจะต่อฮอสคืน แล้วกินกลับหลายๆ ต่อ เป็นอาวุธที่ได้ผลดี         
        5 . สวน จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการกิน การสวนอาจเกิดได้หลายๆ จุด ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในจุดที่เกิดการกิน        
        6. การเข้าฮอส สำคัญว่าจะเลือกเข้าตาไหนเข้าได้เลยทันที หรือต้องรอก่อน บางครั้งจดๆ จ้องๆ มากจนเข้าไม่ได้กลาย
            เป็นผีถึงป่าช้าไป
        7. การบังคับหมาก เช่น การใช้ฮอสไล่บีบหรือบังคับต่อฮอสคู่ต่อสู้ บางครั้งบีบได้ดีก็ดีไปบีบไม่ดีกลายเป็นบีบอีกฝ่าย
            มาทำร้ายตนเอง เทคนิคการเล่นหมากฮอส มีมากมายหลายแบบในเกมหนึ่งๆ เราอาจได้เห็นหลายๆอย่างใน
            เกมเดียว
        8. จังหวะ เป็นสิ่งสำคัญของหมากฮอสจะกินได้หรือไม่ ร่มได้หรือไม่ต้องดูว่ามีจังหวะหมากตัวไหน ขยับได้ไม่ได้ก่อน
             รวมทั้งปลายกระดานจังหวะที่ช้าไป เร็วไป ก็ทำให้เกมเปลี่ยนไป

   • กลหมากฮอส

 
          เป็นการตั้งตัวหมากในกระดาน เพื่อให้ผู้เล่นหาทางเดินที่ดีที่สุด ซึ่งจะทำให้ผลการเดิน เป็นไปตามที่กำหนด
     รูปแบบและวิธีการตั้ง ไม่จำกัดทั้งจำนวนหมาก และลักษณะว่าจะเป็นเบี้ยหรือฮอส ดังนั้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
     หรือทั้งสองฝ่ายจึงอาจมีฮอสกี่ตัวก็ได้ ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่เปิดทางให้เข้าฮอส กติกาการเดินและการตัดสิน      
     ใช้เช่นเดียวกับการเดินหมากฮอสปกติ
 
   • หลักการแก้กลหมากฮอส
 

      1. หาทางแก้กลแต่ละกลโดยไม่แตะต้องหรือเคลื่อนย้ายตัวหมาก วิธีนี้จะทำให้ได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งจาก
         การแก้กล และการเล่นปกติ เพราะเป็นการฝึกการวางแผนและคาดการณ์ล่วงหน้า การดูเฉลยแม้จะทำให้
         ได้รับความรู้เพิ่มขึ้นใหม่ทันทีก็ตาม แต่จะเป็นการบังคับยัดเยียด หรือลักษณะการท่องจำ ไม่ใช่การฝึกสมอง
         ให้เฉียบคมยิ่งขึ้น เว้นแต่บางกล ที่เมื่อพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ยังหาทางแก้ไม่ได้ แสดงว่ากลรูปนั้นมีความ
         ซับซ้อนเกินความสามารถของผู้เล่นในขณะนั้น จึงค่อยใช้วิธีสุดท้ายคือการดูเฉลย ซึ่งจะช่วยให้ทราบแนว
         และเทคนิคการเล่นเพิ่มมากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์สำหรับการแก้กลที่มีลักษณะ ใกล้เคียงกันได้
         ในครั้งต่อ ๆ ต่อไป

      2. อย่ายอมแพ้ง่ายๆ หมากกล คือ ปริศนาที่ต้องหาทางแก้ แต่ละกลมีความยากง่ายแตกต่างกัน สำหรับกลที่ง่าย
         อาจใช้เวลาเพียงเล็กน้อย แต่กลที่ซับซ้อนต้องใช้เวลามาก และอาจหาทางแก้ไม่พบในขณะนั้น ลองวาง
         รูปกลนั้นไว้ก่อน แล้วพักผ่อนให้สบายจนรู้สึกสดชื่น และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แล้ว จึงค่อยนำกล
         ที่ค้างอยู่มาพิจารณาใหม่ ในครั้งหลังนี้อาจจะทำให้พบกับคำตอบได้อย่างง่ายดาย        

     3. มองหาความคิดพื้นฐานในกลนั้น หลักการเดินที่สำคัญของหมากฮอส คือ การกินและการกัก ดังนั้น การเล่น
         ปกติหรือการแก้หมากกลก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐาน 2 ประการนี้ ในบางกลอาจมีหลายรูปแบบซ้อนกันอยู่ จำเป็น
         ที่ผู้เล่นจะต้องมองให้ออก อย่าลืมว่าทุกกลจะมีกุญแจไขทางออกอย่างน้อยที่สุด 1 ทางเสมอ อาจจะเป็นการ
        เดินเพียงครั้งเดียวก็นำไปสู่คำตอบได้ บางกลอาจมีความซับซ้อนแบบเขาวงกต ซึ่งจะต้องหาทางออกให้พบ
     4. มองหาหมากกลจากการเล่นปกติ ในการเล่นหมากฮอสเกือบทุกกระดาน จะมีหมากกลแฝงอยู่ โดยเฉพาะ
         อย่างยิ่งช่วงปลายกระดาน ถ้าฝึกจนเป็นความเคยชินแล้ว จะเกิดประโยชน์อย่างมาก เพราะรูปกลเหล่านั้น
        จะมีส่วนสำคัญสำหรับการเล่นที่จะช่วยกรุยทางไปสู่ชัยชนะ
 

    ตำนานชื่อแต้มหมากฮอส

 

               ชื่อแต้มหมากฮอสเกิดขึ้น เพราะเพื่อช่วยเรื่องความจำของคนที่ศึกษากลหมากฮอส เพื่อช่วยเป็นสื่อ
     พูดคุย หรือแลกเปลี่ยนความรู้กันหรือ ถ่ายทอดวิชาแก่กัน หรือ เล่าสู่กันฟัง ว่าแต้มนั้นได้ถูกนำมาถอดหมาก
     เพิ่มเติมแล้วมีการค้นพบใหม่อะไรกันบ้าง

 
   ชื่อแต้มมีความเป็นมาอย่างไร
 
  • ชื่อแต้มที่ได้มาจากชื่อสถานที่เซียนใหญไปแสดงฝีมือไว้แล้วเป็นแต้มน่าสนใจ เช่น แต้มสี่พระยา ( เซียนซ้ง ไปเล่นที่ สี่พระยา แต้มภูเก็ต ( เซียนซ้ง ไปเล่นที่ภูเก็ต ) แต้มบางพลี ( แต้มที่เซียนใช้ไปเล่น กับคน
    บางพล ี) แต้มป้อมปราบ ( แต้มที่เซียนซ้งสู้กับเซียนใช้ที่ป้อมปราบ ) ฯลฯ
  • ชื่อแต้มที่ได้มาจากจินตนาการรูปทรงการจัดหมากในกระดาน เช่น อีปุ้ม ห้าแยก หลังคาบ้าน ขี้หมาสองกอง หนักขวา หนักซ้าย ก้ามปู สามเรียง ยกหาง หางว่าว กางปีกอินทรีย์ กระเรียนเหิร ยกหัวมังกร สุดมุมเดี่ยว วายคู่ ตัวที เหลมเรด้า ฯลฯ
  • ชื่อแต้มที่ได้มาจากชื่อคนที่ชอบศึกษาพัฒนาแต้มนั้น เช่น ไอ้โม่งเซียนซ้ง อีโต้มังกรซ้ง ห้าแต้มเรืองชัย โจรเซียนซ้ง แต้มตัดหน้าชุมพล แต้มตัดหน้าอาจี่ แต้มดาวกระจายสุกิจ โจรเซียนดำ แต้มตัดหน้าเซียนดำ แต้มตัดหน้าเซียนสังข์ แต้มตัดหน้าตี๋เสาชิงช้า แต้มสังข์หม้อกาแฟ แต้มตี๋เก้าชั้น แต้มเซียนเก๊า
    แต้มโอวฝ่า ฯลฯ
  • ชื่อแต้มที่ได้มาจากการเลียนแบบ ชื่อแต้มอื่น เช่น อีแมะ ( เลียนจาก อีปุ้ม ) สี่ทหารเสือ ( เลียนจากสี่เรียง ) สี่สุกร ( สี่หมู ) ฯลฯ
  • ชื่อแต้มที่ได้มาจากชื่อคนชอบเล่น และเซียนชอบเล่นด้วย เป็นแต้มน่าสนใจ และ ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
    มาก่อนหน้านั้น เช่น โจรตั้ง
  • ชื่อแต้มที่ได้มาจาก การได้ยินตนพูดลอยๆ มาระหว่างเล่น ซึ่งคนพูดจำไม่ได้ว่า ได้พูดออกไป แต่มีคนนำมาเป็นชื่อแต้ม เช่น แต้มอีโต้ แต้มซีอุย แต้มช้างตกน้ำบ่อ แต้มสี่สุกรปะจันบาน ฯลฯ
  • ชื่อแต้มที่ได้มาจากการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น
    แต้มโจรก่อนเซียนดำ ( ที่ชนะเซียนโย่ง 2545 ) ห้าแต้มเซียนดำ ( ชนะเซียนใช้2550 ) แต้มไฟฟ้าตี๋พระประแดง ( ที่ชนะเซียนใช้ 2549 ) แต้มอีโต้เหง่าฟูแดง 2525 แต้มสามเรียงเซียนอุ 2549 แต้มสามเรียงเซียนหลอ ( ที่ชนะเซียนดำ ) ฯลฯ
  • ชื่อแต้มที่ได้มาจากการเถียงกันใครตั้งชื่อกันแน่ เช่น แต้มมาตรฐาน โจร อีปุ้ม สามเรียง
  • ชื่อแต้มที่ป่านนี้ยังไม่รู้ชัดว่าใครตั้งชื่อก่อน เช่น แต้มห้าแต้ม ฯลฯ
  • ชื่อแต้มทได้มาจากเซียนโดนหมูกัดมา หรือเกือบโดน หรือ โดนคนไร้ชื่อเสียงขณะนั้นเบียดมา แล้วนำมาเล่าให้ผู้อื่นทราบ เช่น แต้มดักสามเรียง ฯลฯ
 
    ขอขอบคุณข้อมูลจาก
          -www.geocities.com/pa_orn
          -www.geocities.com/winai7/history.html
          - วิกิพีเดีย

          -Thaibg.com